เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ (รับบทเป็น เจค๊อบ แบล็ค Jacob Black) นั่นเอง อิอิ
Q. ช่วยขยายความเรื่องของความขัดแย้งในใจหน่อย
A. ในช่วงที่เขาเป็นชนเผ่าอินเดียน เขาก็จะเป็นคนที่เป็นมิตรและรักสนุก เขามีความรักและจงรักภักดีต่อ เบลล่า และพ่อของเขา แต่เมื่อใดที่เขาเปลี่ยนเป็นมนุษย์หมาป่านั้น ก็จะมีแต่ความป่าเถื่อนกระหายที่จะโจมตีสิ่งที่อยู่ข้างหน้าตลอดเวลา เขายังมีอารมณ์รุนแรง เพราะมันมีความเครียดที่อัดแน่นอยู่ในตัวเขา ซึ่งเขาก็ต้องคอยเก็บมันเอาไว้
Q. ได้ยินมาว่าคุณเดินทางมาถึงกองถ่ายเร็วมาก เพราะว่าคุณอยากจะแสดงให้ผู้อำนวยการสร้างเห็นว่าคุณเป็นนักขับที่เก่งขนาดไหน ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจอนุญาติให้คุณอยู่หลังพวงมาลัย
A. ใช่ ผมเองก็เพิ่งได้ใบขับขี่มา และผมก็อยากจะโชว์ให้พวกเขาเห็นว่า ผมจะไม่ทำอันตรายให้กับนักแสดงที่ต้องร่วมฉากกับผม (หัวเราะ) เพราะในเรื่องผมต้องขับรถกระบะของ เบลล่า และรถของครอบครัวผม มีคันหนึ่งเป็นเกียร์ออโต้ ซึ่งมันก็ง่ายสำหรับผม แต่อีกคันนั้นไม่ใช่พวงมาลัยพาวเวอร์ ผมจึงต้องออกแรงหมุนพวงมาลัยกันเหนื่อยเลย (หัวเราะ)
Q. คุณได้ค้นหาข้องมูลเกี่ยวกับชาวอเมริกันพื้นเมืองบ้างหรือเปล่า
A. คือจริงๆแล้วผมเพิ่งจะได้พบกับเผ่า Quileute เมื่อวานนี้นี้เอง ผมนั่งคุยและได้ทำความรู้จักกับพวกเขา มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาทำและผมสังเกตุเห็นได้ นั้นก็คือพวกเขาเป็นชนเผ่าที่มีระเบียบวินัยมาก เช่น ถ้าขยะในถังเต็ม พวกเขาก็จะเอาไปทิ้งโดยไม่ต้องเกี่ยงกัน พวกเขาคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คอยอยู่เคียงช้างกัน ดังนั้นผมอยากจะทำให้แน่ใจว่าผมได้แสดง เจค๊อบ ให้สมจริงที่สุดเท่าที่จะทำได้
Q. มีอยู่ช่วงนึงเหมือนกัน ที่แฟนหนังสือกลัวว่าทีมผู้สร้างจะไม่ได้คัดเลือกคนอเมริกันพื้นเมืองจริงๆมาเล่นเป็น เจค๊อบ
A. ใช่! คือจริงๆแล้วผมเองก็มีเชื้อสายที่มาจากอินเดียนแดงเหมือนกันน่ะ ผมมีเสื้อชายของคนฝรั่งเศส, ฮอลแลนด์ และ เยอรมัน และฟากแม่ของผม ก็ยังมีเชื้อสายของชนเผ่า Potawatomi และ Ottawa ในตัวอีกด้วย
Q. บทพูดของ เจค๊อบ ที่คุณชอบที่สุดคืออันไหน
A. คือมันไม่ได้อยู่ในหนังสือเล่มแรกน่ะ แต่บทที่ผมชอบที่สุดคือ “การที่ผมเปลือยท่อนบนมันรบกวนใจคุณบ้างรึเปล่า” (หัวเราะ) นั้นเป็นบทที่ทำให้ผมรู้สึกขำทุกทีที่พูดมัน
Q. คุณอยากจะพูดบทนั้นในภาคต่อๆไปไหม
A. แน่นอน!
อิอิ น่ารัก ชิมิ เจคอบของช้าน 555+
ที่มา : http://movie.mthai.com/ , http://twilightersanonymous.com:80/component/option,com_mojo/Itemid,/m,200805/



Yumi หวังว่า เพื่อนๆ คงชอบกันนะคะ อิอิ
Ready to make her way back home, Dakota Fanning was spotted leaving Vancouver after finishing filming “Eclipse"on Thursday (October 1).
โดย Summit Entertainment เจ้าของหนังที่สร้างจากนิยายขายดีของ Stephenie Meyer ในชุด The Twilight Saga โดยทาง Summit Entertainment รายงานว่า ในบทที่ 3 ของชุด The Twilight Saga ที่ใช้ชื่อว่า The Twilight Saga : Eclipse ได้เริ่มเปิดกล้องถ่ายทำกันไปแล้ว เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ถึง 31 ตุลาคม 2009 ที่ Vancouver Film Studios
เรื่องราวในภาค Twilight Saga : Eclipse นี้ ได้เกิดเหตุการณ์การฆาตกรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยฝีมือของกลุ่มแวมไพร์กำเนิดใหม่ ที่ต้องการจะกลับมาแก้แค้นครอบครัว Cullen และฆ่า Bella Swan ใน ขณะที่ Bella Swan ถูกบังคับให้เลือกระหว่าง Edward Cullen และ Jacob Black
โดยภาคนี้ ได้นักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ชาวออสเตรเลีย มาประกบดาราดังอย่าง โรเบิร์ต แพททินสัน ที่รับบทแวมไพร์สุดหล่อ เอ็ดเวิร์ด คัลเลน และ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ ซึ่งรับบท เจคอบ แบล็ค
ส่วนรูปนี้เป็นรูปเบื้องหลังการถ่ายทำ ในกองถ่ายหนังใหม่


เบลล่า ย้ายมาที่เมืองเล็กๆ ที่มีฝนตกต้นไม้เชียวชอุ่มตลอดทั้งปีที่ชื่อว่า ฟอร์ค ในรัฐวอชิงตัน โดยเธอเดินทางมาอยู่กับ ชาร์ลี พ่อของเธอซึ่งมีอาชีพเป็นนายอำเภอในเมืองนี้ เธอได้เข้าเรียนในชั้นม.5 ซึ่งมันก็แตกต่างจากทุกๆอย่างที่เธอเคยเจอในฟินิกส์ ที่ซึ่ง เบลล่า เคยใช้ชีวิตกับแม่ ผู้ซึ่งตัดสินใจที่จะแต่งงานใหม่ (มันเป็นเรื่องที่บังเอิญที่ เมเยอร์ เคยอาศัยอยู่แถวฟินิกส์ และหลังจากนั้นเธอก็ได้ย้ายไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของแปซิฟิกส์ ที่ซึ่งมีบรรยากาศใกล้เคียงกับเมือง ฟอร์ค มาก)
เบลล่า ได้เป็นทำความรู้จักกับครอบครัวที่ค่อนข้างแปลก นำโดยหมอประจำเมือง คาร์ลิส (Carlisle) และภรรยาสุดสวย เอสเม่ (Esme) ซึ่งทั้งสองคนนี้ ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งหมด ให้เป็น"พี่ชายและน้องสาวกัน" และทั้ง เอ็ดเวิร์ด, โรซาลี, เอ็มเม็ต และ แจสเปอร์ เองก็เป็นพี่น้องกันหมดด้วย พวกเขาเป็นแวมไพร์ที่หิวเลือด แต่พวกเขาก็ตั้งปฏิภาณเอาไว้ว่าจะไม่ยุ่งกับเลือดของมนุษย์ โดย เมเยอร์ นั้นรู้สึกฉุนเฉียวในดราฟ์แรกในบทภาพยนตร์ของเรื่องนี้ ที่ตัดสมาชิคทั้งหมดของครอบครัว คัลเลน ออกไป และเหลือไว้แต่เพียงแค่ เอ็ดเวิร์ด คนเดียว
เขาเป็นนักแสดงที่เป็นที่รู้จักจากบท เซดริก ดิกกอรี่ ในหนังเรื่อง แฮรรี่ พ๊อตเตอร์ ทันทีที่เขาถูกประกาศว่า จะมารับบท เอ็ดเวิร์ดในหนังเรื่อง Twilight มันก็สร้างเสียงบ่นอื้ออึงจากเหล่าแฟนๆ หนังสือเป็นอย่างมาก เมเยอร์เล่าว่า "พวกเขาคลั่งไปเลยในตอนแรก แต่หลังจากที่เห็นตัวอย่างและรูปของ โรเบิร์ต ในบทแล้ว พวกเขาก็พูดเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่า "พระเจ้าต้องสร้าง โรเบิร์ต แพททินสัน ด้วยมือของท่านเองแน่ๆ" ฉันคิดว่า สาววัยรุ่นพวกนี้เอาใจไม่ถูกจริงๆเลย"
"โอ้ พระเจ้า ฉันอยากมีคนอย่าง เอ็ดเวิร์ด มาอยู่ที่บ้านจัง" นี้คือคำตอบที่เป็นปกติของเหล่าสาวกวัยรุ่นของแวมไพร์ตนนี้ "ถ้า เบลล่า ตัดสินใจทิ้งเอ็ดเวิร์ด ละก็ ฉันจะไม่ให้อภัยเธอแน่ๆ" นี้เป็นคำพูดของแฟนที่คลั่งไคล้ของชุดหนังสือของ เมเยอร์ ถึงแม้ว่าพวกเธออาจะไม่ได้คิดถึงการที่ ฮีโร่สาวต้องทิ้งความเป็นมนุษย์เพื่อความรักกับแวมไพร์ แฟนหนังสือวัย 19 ปี ได้ให้ความเห็นว่า "ไม่เป็นไร พวกเขาสามารถรับเด็กมาเลี้ยงดู และทำให้พวกเขาเป็นแวมไพร์ก็ได้" เป็นคำตอบที่ดูน่ารักมาก น่ากลัวแต่ก็ยังน่ารักอยู่
เอ็ดเวิร์ด ใช้ความพยายามอย่างหนักในการปกป้อง เบลล่า ในเล่มแรกของซีรี่ย์ แต่เขากลับหายตัวไปจากเล่มที่สอง และก็ปล่อยให้ เบลล่า ให้โดดเดี่ยวเดียวดาย และแฟนหนังสือก็รู้สึกถึงการเข้ามามีบทบาทของ เจค๊อบ ที่เป็นเพื่อนสนิทของ เบลล่า เขามีลักษณะนิสัยที่รื่นเริงและยังไว้ใจได้ และเขาเองก็อยู่ในเผ่าพันธ์หมาป่าอีกด้วย เขายังเป็นคนแนะนำท้องฟ้าอันสดใสให้กับ เบลล่า อีกครั้งหนึ่ง และถึงแม้ว่าเธอจะหลงไหลในเสน่ห์ของแวมไพร์ แต่เหล่าสาวกของ เจค๊อบ ก็รู้สึกตื่นเต้นเมื่อเธอมอบจุมพิตอันดูดดื่มให้กับเขาในตอนจบของ Eclipse
ก่อนที่ Eclipse จะออกวางขายในปี 2007 เมเยอร์ มีรายได้จำนวน 750,000 ดอลลาร์ จากสัญญาการเขียนหนังสือทั้งสามเล่ม และเธอก็เริ่มที่จะได้จากค่าลิขสิทธ์บ้างแล้ว และระหว่างการทัวร์โปรโมต Eclipse นั้นเอง ที่ชุดหนังสือนี้ก็เป็นที่แพร่หลายอย่างรวดเร็ว และก็ทำให้คนทีมาร่วมงานโปรโมตหนังสือ มีจำนวนเพิ่มจาก 600 คนเป็น 2000 คนในช่วงเวลาเพียงแค่ไม่กี่อาทิตย์
เมเยอร์ กล่าวติดตลกไว้ว่า "ตอนที่ จอห์น สจ๊วต เขียนหนังสือออกมา ไม่มีใครบอกว่าเขาจะเป็นนักเขียนชาวยิวลูกสองซะหน่อย" เพราะด้วยความที่เธอนับถือลัทธิมอร์มอน เมเยอร์ จึงเลือกที่จะไม่ดูหนังเรท R ถึงแม้ว่ามันจะแสดงโดยนักแสดงคนโปรดของเธอ เช่น James McAvoy ในเรื่อง Wanted และเธอก็ยังไม่เคยทำงานวันอาทิตย์ ถึงขนาดปฏิเสธคำเชิญเพื่อเข้าร่วมการพรีวิวตัวอย่างของ Twilight ในงาน MTV Movie Awards
เมเยอร์ ได้รับคำชมจากแฟนๆในการเขียนหนังสือที่ปราศจากความรุนแรง ไม่มีฉากบรรยายเซ็กส์ที่โจ่งครึ่ม แต่เธอก็ยังสามารถทำให้แฟนๆอายจนหน้าแดง สำหรับฉากที่บรรยายถึงการใกล้ชิดกันระหว่าง เอ็ดเวิร์ด และ เบลล่า ทั้งๆที่ในฉากนั้นทั้ง สองไม่ได้ทำอะไรที่เกินเลยไปกว่าการพรรณณาถึงฝ่ายตรงข้ามเลย ในงานโปรโมตหนังสือ เมเยอร์ มักจะถูกได้รับขนมพุดดิ้งที่ถูกเรียกว่า "ลูกของเบลล่า" ซึ่งให้ความหมายว่า "เมื่อประสบความสำเร็จในการบรรยายฉากโรแมนติคในวรรณกรรม ก็เปรียบเสมือนการทำให้ผู้หญิงตั้งครรถ์ได้ในโลกความเป็นจริงเช่นเดียวกัน"
เมเยอร์ เล่าถึงการคัดเลือกรูปปกของ Breaking Dawn เอาไว้ว่า "สำนักพิมพ์ของฉันส่งรูปมาให้ฉันดูหลายรูป ถึงแม้ว่าบางรูปจะไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเลย เช่น เป้าปาลูกดอก, ไมโครโฟน, ผ้าคลุมสีม่วง และสำรับไพ่ แต่ในที่สุด มันก็มาลงเอยที่ตัวหมากรุก แต่พวกเขาก็อยากจะให้มีแค่ตัวควีนสีขาว แต่ฉันบอกว่า "ไม่ ไม่ ไม่ พวกเราต้องใส่เบี้ยสีแดงเข้าไปด้วย"
เมเยอร์ เล่าว่าเธอมีความรู้สึกยินดี ที่ได้เขียนฉากการแต่งงานของ เอ็ดเวิร์ด และ เบลล่า ในเล่มที่สี่ (อย่ากังวล ทีมเจค๊อบ เด็กของคุณยังไม่ "ยอมแพ้" ที่จะลงเอยกับคู่แท้ของเขาหรอก!) และตอนนี้แฟนๆ ที่ใฝ่ฝันถึงฉากโรแมนติค ก็จะมีอิสรภาพในการจินตนาการว่า เมเยอร์ จะทำอย่างไรกับคืนฮันนี้มูนของพวกเขา
เมเยอร์ บอกแฟนๆ หนังสือของเธอเอาไว้ว่า Breaking Dawn จะเป็นเล่มสุดท้ายที่เธอเล่าจากมุมมองของ เบลล่า และตอนนี้เธอก็กำลังเขียน Midnight Sun ที่จะเล่าจากมุมมองของ เอ็ดเวิร์ด เป็นครั้งแรก ไปได้กว่าครึ่งทางแล้ว โดยเธอเล่าว่า "สาเหตุที่ Breaking Dawn มีความยาวมากกว่าปกติ เป็นเพราะว่าฉันประสบกับความยากลำบาก ในการที่ทำให้ เบลล่า สละความเป็นมนุษย์ในตอนสุดท้าย"